PPD's Official Website

Sunday, November 13, 2016

ยิ่งลักษณ์ ขายข้าว... ควรเดินหน้าต่อหรือไม่ อย่างไร?

ถูกต้องแล้วที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะถอยกลับ "ที่ตั้ง" ยังไม่เดินหน้าปฏิบัติการ "ขายข้าวสารหอมมะลิ" อีกเป็นหนที่ 3

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ไม่ว่าจะนำไปวางขายบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ ถนนรามอินทรา ไม่ว่าจะนำไปวางขายบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง สมุทรปราการ

แห่งแรกใช้เวลา 1 ชั่วโมง แห่งที่ 2 ใช้เวลา 30 นาทีก็หมด

ผลสะเทือนที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ การให้กำลังใจชาวนา เหมือนกับมืออันอ่อนนุ่ม อบอุ่นที่ยื่นจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปช่วยซับน้ำตาให้

เป็นที่ประจักษ์ทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และในขอบเขตทั่วประเทศ

อาการอิจฉา ริษยา กระบอกตาร้อนผ่าวอันมาจากหลายคนในฝ่ายตรงข้าม คือ ประจักษ์พยานและรูปธรรมสามารถยืนยันความสำเร็จได้

แล้วทำไมการหยุดยั้ง ไม่เดินหน้าจึงถือว่า "ถูกต้อง"

 

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี้ เป็นการจัดฉาก เป็นการสร้างภาพ และเป็นส่วนหนึ่งของ "อีเวนต์" ในทางการเมืองอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไป อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์

ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาข้าวสารส่วนหนึ่งที่ซื้อมาจากชาวนาออกวางขายบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าทั้งในกทม.และที่สมุทรปราการ

ทั้งหมดนี้เป็นการเคลื่อนไหว 1 ในทางการเมือง

เป็นการเคลื่อนไหวที่เลือกจังหวะเวลาที่สำคัญอย่างน้อย 2 เรื่องมาบรรจบกัน 1 ก็คือ เรื่องคำสั่งทางปกครองที่เรียกค่าชดเชยจากโครงการรับจำนำข้าวจำนวนเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท และ 1 ก็คือ สถานการณ์อันเป็นวิกฤตของชาวนาเนื่องจากราคาข้าวเสื่อมทรุดและตกต่ำ

การออกมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงสอดรับกับ "สถานการณ์"

 

คำถามก็คือ หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยทั้งในต่างจังหวัดและส่วนกลาง แล้วผลตอบรับเป็นอย่างไร

คำตอบจาก "มวลชน" ก็คือ ขานรับกันอย่างคึกคัก

ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ การเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรากฏเป็นข่าวทั้งในสื่อกระดาษ สื่อกระจก

คำตอบจาก "ฝ่ายตรงกันข้าม" ก็สามารถประเมินได้

1 พรรคการเมืองคู่แข่ง หงุดหงิด และจำต้องลงไปเกี่ยวข้าวกับชาวนา และ 1 อำนาจรัฐที่เคยรุกไล่และเล่นงาน ขยับไม่ออก ได้แต่เฝ้ามองและติดตาม ทำอะไรไม่ได้

การหยุดและประเมินผลจึงมีความจำเป็นในทางการเมือง

 

การหยุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงมิได้เป็นการหยุดแบบ "หยุด" ตรงกันข้าม มีลักษณะ "เคลื่อนไหว"

เพราะว่าสถานการณ์ราคาข้าวเริ่มมีการคลี่คลาย เพราะว่าความเป็นจริงที่ชาวนาประสบในเรื่องราคา กำลังได้รับการตรวจสอบจากมาตรการและปริมาณข้าวที่ออกมา

การหยุดและรอคอยเพื่อหา "เงื่อนไข" ในการเคลื่อนไหวจึงสำคัญ

ยิ่งลักษณ์ ขายข้าว... ควรเดินหน้าต่อหรือไม่ อย่างไร?

ถูกต้องแล้วที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะถอยกลับ "ที่ตั้ง" ยังไม่เดินหน้าปฏิบัติการ "ขายข้าวสารหอมมะลิ" อีกเป็นหนที่ 3

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ไม่ว่าจะนำไปวางขายบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ ถนนรามอินทรา ไม่ว่าจะนำไปวางขายบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง สมุทรปราการ

แห่งแรกใช้เวลา 1 ชั่วโมง แห่งที่ 2 ใช้เวลา 30 นาทีก็หมด

ผลสะเทือนที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ การให้กำลังใจชาวนา เหมือนกับมืออันอ่อนนุ่ม อบอุ่นที่ยื่นจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปช่วยซับน้ำตาให้

เป็นที่ประจักษ์ทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และในขอบเขตทั่วประเทศ

อาการอิจฉา ริษยา กระบอกตาร้อนผ่าวอันมาจากหลายคนในฝ่ายตรงข้าม คือ ประจักษ์พยานและรูปธรรมสามารถยืนยันความสำเร็จได้

แล้วทำไมการหยุดยั้ง ไม่เดินหน้าจึงถือว่า "ถูกต้อง"

 

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี้ เป็นการจัดฉาก เป็นการสร้างภาพ และเป็นส่วนหนึ่งของ "อีเวนต์" ในทางการเมืองอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไป อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์

ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาข้าวสารส่วนหนึ่งที่ซื้อมาจากชาวนาออกวางขายบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าทั้งในกทม.และที่สมุทรปราการ

ทั้งหมดนี้เป็นการเคลื่อนไหว 1 ในทางการเมือง

เป็นการเคลื่อนไหวที่เลือกจังหวะเวลาที่สำคัญอย่างน้อย 2 เรื่องมาบรรจบกัน 1 ก็คือ เรื่องคำสั่งทางปกครองที่เรียกค่าชดเชยจากโครงการรับจำนำข้าวจำนวนเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท และ 1 ก็คือ สถานการณ์อันเป็นวิกฤตของชาวนาเนื่องจากราคาข้าวเสื่อมทรุดและตกต่ำ

การออกมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงสอดรับกับ "สถานการณ์"

 

คำถามก็คือ หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยทั้งในต่างจังหวัดและส่วนกลาง แล้วผลตอบรับเป็นอย่างไร

คำตอบจาก "มวลชน" ก็คือ ขานรับกันอย่างคึกคัก

ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ การเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรากฏเป็นข่าวทั้งในสื่อกระดาษ สื่อกระจก

คำตอบจาก "ฝ่ายตรงกันข้าม" ก็สามารถประเมินได้

1 พรรคการเมืองคู่แข่ง หงุดหงิด และจำต้องลงไปเกี่ยวข้าวกับชาวนา และ 1 อำนาจรัฐที่เคยรุกไล่และเล่นงาน ขยับไม่ออก ได้แต่เฝ้ามองและติดตาม ทำอะไรไม่ได้

การหยุดและประเมินผลจึงมีความจำเป็นในทางการเมือง

 

การหยุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงมิได้เป็นการหยุดแบบ "หยุด" ตรงกันข้าม มีลักษณะ "เคลื่อนไหว"

เพราะว่าสถานการณ์ราคาข้าวเริ่มมีการคลี่คลาย เพราะว่าความเป็นจริงที่ชาวนาประสบในเรื่องราคา กำลังได้รับการตรวจสอบจากมาตรการและปริมาณข้าวที่ออกมา

การหยุดและรอคอยเพื่อหา "เงื่อนไข" ในการเคลื่อนไหวจึงสำคัญ

ดร. เพียงดิน รักไทย 13 พ.ย. 2559 ตอน กลบเกลื่อนความชั่วตน ด้วยการป้ายสีคนอื่นว่าชั่วด้วย

ดร. เพียงดิน รักไทย 13 พ.ย. 2559 ตอน กลบเกลื่อนความชั่วตน ด้วยการป้ายสีคนอื่นว่าชั่วด้วย


---------------------
***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ๆ ที่ http://tinyurl.com/gsetacg
***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ
สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน 
ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้
หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt
****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2
และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com
----------------------
สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

ดร. เพียงดิน รักไทย 13 พ.ย. 2559 ตอน กลบเกลื่อนความชั่วตน ด้วยการป้ายสีคนอื่นว่าชั่วด้วย

ดร. เพียงดิน รักไทย 13 พ.ย. 2559 ตอน กลบเกลื่อนความชั่วตน ด้วยการป้ายสีคนอื่นว่าชั่วด้วย


---------------------
***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ๆ ที่ http://tinyurl.com/gsetacg
***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ
สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน 
ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้
หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt
****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2
และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com
----------------------
สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

Friday, November 11, 2016

คนเคยมีสีกลับใจ กับคำถามที่ชวนพิจารณา!!

ได้มาจากกลุ่มไลน์ที่ 80 % เป็นสลิ่ม คนโพสต์กล้าหาญมากโพสต์มาตั้งแต่ ๕ ทุ่มเมื่อคืน จนบัดนี้ในกลุ่มเงียบกริบ

"ลองอ่านข้อมูล..ดูของอีก
ฟากหนึ่งให้เข้าใจ (อย่างเป็นกลาง) แล้วพิจารณาด้วย "ปัญญาชน" ของท่าน แล้วพิจารณาคำถามทั้งหมดว่าพวกเราคือ "กบในกะลา" หรือไม่

1)รัฐบาลนี้ถูกต่อต้านจากองค์กรระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด ไม่มีใครลงนามความร่วมมือด้วยมา2ปีกว่า เพราะอะไร?

2) รัฐบาลนี้ส่งหมายจับดร.ทักษิณไปรัฐบาลอื่นทุกประเทศ ไม่มีใครจับเลย แต่เขากลับให้เกียรติดร.ทักษิณ ทั้งๆที่ประเทศเหล่านั้นจริยธรรมสูงกว่า จริงจังกว่าเรามากมาย รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ, สื่อต่างประเทศระดับโลก ให้เกียรติระดับเชิญไปปาฐกถา เชิญเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลนับสิบประเทศ เชิญให้มาลงทุน แย่งกันให้สถานะประชาชน ให้พาสปอร์ตนับสิบประเทศ แต่สื่อไทยไม่ได้ออกข่าวและคนไทยไม่รู้เรื่อง...ทำไม?

3) ต่างประเทศ, องค์กรต่างประเทศ ไม่ให้เกียรติประยุทธในฐานะส่วนบุคคล แต่ให้เกียร์ตในฐานะตัวแทนประเทศตามมารยาทเท่านั้น ทำไม?

4) พวกอนุรักษ์นิยมขวาจัดไปนัดประท้วง ดร. ทักษิณที่เมกา ทำไมเขาไม่ให้เกียรติ ให้ประท้วงในคอกที่จัดไว้ และให้ลงจากตึกในลิฟขนขยะ(เจิมศักดิ์ลงเฟสบุคส่วนตัวเอง) แต่พวกสนับสนุนให้อิสระเดินบนถนน ทำไม?

5) ดร.ทักษิณไปทำธุรกิจต่างประเทศโดยรัฐบาลต่างๆเชิญชวน เกือบสิบประเทศ รำ่รวยกว่าสมัยอยู่เมืองไทย ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ ไม่มีเรื่องทุจริตเลย แสดงว่าอัจฉริยะจริงใช่ไหม?

6) คนไทยถูกกรอกหูว่าทักษิณโกงจนฝังไว้ในหัว และรวมหัวเค้นหาความผิดและวันนี้มีอำนาจเผด็จการเต็ม แต่ทำไมเอาผิดได้เพียงเซ็นชื่อรับรองให้เมียซื้อที่ดิน ตามระเบียบราชการเท่านั้น และศาลตัดสินแล้วว่าการซื้อขายไม่ผิด เป็นคดีที่อ่อนมาก..

แต่"เสาโรงพักโด่เด่" มันชัดเจน เห็นตำตา แต่ไม่มีคนด่าว่า"โคตรโกง"..สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นคนเปิดประโยค"โคตรโกง" ตัวเองถูกศาลตัดสินโกงบริษัทมหาชน จำคุก85ปี คนไทยกลับไม่ด่าว่า"โคตรโกง" ทำไม?

และหากเกิดในรัฐบาลทักษิณ และกรณีจำคุก85ปีคือทักษิณ เราจะมีอาการอย่างไร?

7) คนที่จำว่าทักษิณโกง ก็จำมาจาก การปราศรัยของเวทีสนธิ(คนโกง)และเวทีสุเทพ(มีคดีโกงเพียบ) แต่แสดงออกว่าเกลียดโกง คุณก็เชื่อแบบงมงาย...งงตัวเองไม๊?

8) คนที่เกลียดเข้าไส้ว่า ทักษิณโกง จริงๆตัวเองทำมาหากินเหน็ดเหนื่อยทั้งวันไม่เคยค้นหาข้อมูลจริง และไม่เคยจริงจังกับเรื่องเหล่านี้มาก่อน แต่ที่ด่าๆและคำอธิบายก็พูดตาม"คนที่เกลียดทักษิณ" จนตัวเองเกลียดเข้าไส้ไปด้วย พูดตามวาทะกรรมในทีวี และจับกลุ่มด่าว่า ย้ำซึ่งกันและกัน และหาพวกเชื่อตามๆกันมา แต่บอกว่าฉันศึกษาข้อมูลทะลุปรุโปร่ง งงตัวเองไม๊?

9) ทุกคนก็รู้ว่า ดาราค่าตัวแพงมาก ค่าจ้างออกงานครั้งละเป็นแสนๆ คนพวกนี้โกงภาษีหนักมากที่สุด แต่แสดงอารมณ์บนเวทีเหมือนกำลังแสดงละครว่าเกลียดโกง จนคนฟังอินไปด้วยจริงจัง ลืมไปว่านั่นมันการแสดงบนเวที ทั้งๆที่รู้ว่าดาราพวกนี้ขี้โกงภาษีมาตลอด.. สนธิลิ้มขี้โกงก็รู้ โรงพักเสาโด่เด่ก็ขี้โกงก็รู้ แต่เราก็รักเขา ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเขาโกง..งงตัวเองไม๊?

หรือจริงๆแล้วเราไม่ได้เกลียดคนขี้โกงจริงๆ แต่มันทำให้เราดูเป็นคนดี หรือตามกระแส เพราะเราถูกปลุกระดม จึงแสดงออกไปได้ขนาดนั้น?(ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีพวกเสื้อแดง เสื้อแดงก่อนหน้านั้นใส่เสื้อเหลือง โพกหัวเหลือง เพิ่งมีเสื้อแดงตอนคัดค้านรัฐธรรมนูญปี 2550 )

10) ก่อนทักษิณบริหาร ประเทศเราอยู่ในสภาพล้มละลายเงินคงคลังเหลือ280ล้านยูเอสดอลล่าร์ แต่มีหนี้สินมหาศาล จะต้องใช้หนี้อีก50ปี ถึงรุ่นลูกหลาน

แต่2ปีใช้หนี้หมด เงินคงคลังกลับมาที่2400ล้านยูเอส และขึ้นมาถึงเกือบสองหมื่นภายใน4ปี และกลับมาเป็นประเทศให้กู้เร็วมากๆ ทุกประเทศทึ่งเรามาก ไม่เห็นต้องใช้หนี้ถึง50ปีเป็นภาระลูกหลาน เราไม่พูดถึง

กลับมามีเงินเหลือขึ้นเงินเดือนข้าราชการ2ครั้ง มี30บาทรักษาทุกโรค(เมกายังเอาไปทำตาม)มีกองทุนหมู่บ้านจนถึงทุกวันนี้ เราก็ไม่พูดถึง

แต่คนที่ถูกตัดสินโกง85ปี มาบอกว่าทักษิณอยู่ต่อ"ประเทศจะเหลือแต่กระดูก" งงตัวเองไม๊ว่าเราเชื่อไปได้ยังไง?

พวกโกงประเทศทั้งนั้นที่ปลุกระดมเรา เราก็เครียด กังวล แล้วเราก็เชื่อเรื่องโกหก แต่เราก็เชื่อว่าเราฉลาด เราไม่ตั้งสติทบทวนเรื่องเก่าๆดูหรือ ?

จากประเทศกำลังรุ่งเรือง วันนี้ทำท่าจะเหลือแต่กระดูก คนที่โกหก หลอกเรามา เราไม่เคยคิดถามหาว่าเขาต้องรับผิดชอบอย่างไร? ยังร่วมมือเขาลากกันต่อไปจนกว่าจะเหลือแต่กระดูกจริงๆอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าเราปิดกั้นตัวเองเกินไป ไม่รับรู้ข้อมูลอื่นๆ ไม่ตามข่าวต่างประเทศ หมกมุ่นอยู่กับความเกลียด ที่ถูกปฎิบัติการจิตวิทยาฝังหัว

สรุป เราเป็น"กบอยู่ในกะลาจริงๆ" แล้ว

เอวัง ..ฝากให้คิดต่อเท่านั้นนะครับ"

คนเคยมีสีกลับใจ กับคำถามที่ชวนพิจารณา!!

ได้มาจากกลุ่มไลน์ที่ 80 % เป็นสลิ่ม คนโพสต์กล้าหาญมากโพสต์มาตั้งแต่ ๕ ทุ่มเมื่อคืน จนบัดนี้ในกลุ่มเงียบกริบ

"ลองอ่านข้อมูล..ดูของอีก
ฟากหนึ่งให้เข้าใจ (อย่างเป็นกลาง) แล้วพิจารณาด้วย "ปัญญาชน" ของท่าน แล้วพิจารณาคำถามทั้งหมดว่าพวกเราคือ "กบในกะลา" หรือไม่

1)รัฐบาลนี้ถูกต่อต้านจากองค์กรระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด ไม่มีใครลงนามความร่วมมือด้วยมา2ปีกว่า เพราะอะไร?

2) รัฐบาลนี้ส่งหมายจับดร.ทักษิณไปรัฐบาลอื่นทุกประเทศ ไม่มีใครจับเลย แต่เขากลับให้เกียรติดร.ทักษิณ ทั้งๆที่ประเทศเหล่านั้นจริยธรรมสูงกว่า จริงจังกว่าเรามากมาย รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ, สื่อต่างประเทศระดับโลก ให้เกียรติระดับเชิญไปปาฐกถา เชิญเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลนับสิบประเทศ เชิญให้มาลงทุน แย่งกันให้สถานะประชาชน ให้พาสปอร์ตนับสิบประเทศ แต่สื่อไทยไม่ได้ออกข่าวและคนไทยไม่รู้เรื่อง...ทำไม?

3) ต่างประเทศ, องค์กรต่างประเทศ ไม่ให้เกียรติประยุทธในฐานะส่วนบุคคล แต่ให้เกียร์ตในฐานะตัวแทนประเทศตามมารยาทเท่านั้น ทำไม?

4) พวกอนุรักษ์นิยมขวาจัดไปนัดประท้วง ดร. ทักษิณที่เมกา ทำไมเขาไม่ให้เกียรติ ให้ประท้วงในคอกที่จัดไว้ และให้ลงจากตึกในลิฟขนขยะ(เจิมศักดิ์ลงเฟสบุคส่วนตัวเอง) แต่พวกสนับสนุนให้อิสระเดินบนถนน ทำไม?

5) ดร.ทักษิณไปทำธุรกิจต่างประเทศโดยรัฐบาลต่างๆเชิญชวน เกือบสิบประเทศ รำ่รวยกว่าสมัยอยู่เมืองไทย ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ ไม่มีเรื่องทุจริตเลย แสดงว่าอัจฉริยะจริงใช่ไหม?

6) คนไทยถูกกรอกหูว่าทักษิณโกงจนฝังไว้ในหัว และรวมหัวเค้นหาความผิดและวันนี้มีอำนาจเผด็จการเต็ม แต่ทำไมเอาผิดได้เพียงเซ็นชื่อรับรองให้เมียซื้อที่ดิน ตามระเบียบราชการเท่านั้น และศาลตัดสินแล้วว่าการซื้อขายไม่ผิด เป็นคดีที่อ่อนมาก..

แต่"เสาโรงพักโด่เด่" มันชัดเจน เห็นตำตา แต่ไม่มีคนด่าว่า"โคตรโกง"..สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นคนเปิดประโยค"โคตรโกง" ตัวเองถูกศาลตัดสินโกงบริษัทมหาชน จำคุก85ปี คนไทยกลับไม่ด่าว่า"โคตรโกง" ทำไม?

และหากเกิดในรัฐบาลทักษิณ และกรณีจำคุก85ปีคือทักษิณ เราจะมีอาการอย่างไร?

7) คนที่จำว่าทักษิณโกง ก็จำมาจาก การปราศรัยของเวทีสนธิ(คนโกง)และเวทีสุเทพ(มีคดีโกงเพียบ) แต่แสดงออกว่าเกลียดโกง คุณก็เชื่อแบบงมงาย...งงตัวเองไม๊?

8) คนที่เกลียดเข้าไส้ว่า ทักษิณโกง จริงๆตัวเองทำมาหากินเหน็ดเหนื่อยทั้งวันไม่เคยค้นหาข้อมูลจริง และไม่เคยจริงจังกับเรื่องเหล่านี้มาก่อน แต่ที่ด่าๆและคำอธิบายก็พูดตาม"คนที่เกลียดทักษิณ" จนตัวเองเกลียดเข้าไส้ไปด้วย พูดตามวาทะกรรมในทีวี และจับกลุ่มด่าว่า ย้ำซึ่งกันและกัน และหาพวกเชื่อตามๆกันมา แต่บอกว่าฉันศึกษาข้อมูลทะลุปรุโปร่ง งงตัวเองไม๊?

9) ทุกคนก็รู้ว่า ดาราค่าตัวแพงมาก ค่าจ้างออกงานครั้งละเป็นแสนๆ คนพวกนี้โกงภาษีหนักมากที่สุด แต่แสดงอารมณ์บนเวทีเหมือนกำลังแสดงละครว่าเกลียดโกง จนคนฟังอินไปด้วยจริงจัง ลืมไปว่านั่นมันการแสดงบนเวที ทั้งๆที่รู้ว่าดาราพวกนี้ขี้โกงภาษีมาตลอด.. สนธิลิ้มขี้โกงก็รู้ โรงพักเสาโด่เด่ก็ขี้โกงก็รู้ แต่เราก็รักเขา ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเขาโกง..งงตัวเองไม๊?

หรือจริงๆแล้วเราไม่ได้เกลียดคนขี้โกงจริงๆ แต่มันทำให้เราดูเป็นคนดี หรือตามกระแส เพราะเราถูกปลุกระดม จึงแสดงออกไปได้ขนาดนั้น?(ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีพวกเสื้อแดง เสื้อแดงก่อนหน้านั้นใส่เสื้อเหลือง โพกหัวเหลือง เพิ่งมีเสื้อแดงตอนคัดค้านรัฐธรรมนูญปี 2550 )

10) ก่อนทักษิณบริหาร ประเทศเราอยู่ในสภาพล้มละลายเงินคงคลังเหลือ280ล้านยูเอสดอลล่าร์ แต่มีหนี้สินมหาศาล จะต้องใช้หนี้อีก50ปี ถึงรุ่นลูกหลาน

แต่2ปีใช้หนี้หมด เงินคงคลังกลับมาที่2400ล้านยูเอส และขึ้นมาถึงเกือบสองหมื่นภายใน4ปี และกลับมาเป็นประเทศให้กู้เร็วมากๆ ทุกประเทศทึ่งเรามาก ไม่เห็นต้องใช้หนี้ถึง50ปีเป็นภาระลูกหลาน เราไม่พูดถึง

กลับมามีเงินเหลือขึ้นเงินเดือนข้าราชการ2ครั้ง มี30บาทรักษาทุกโรค(เมกายังเอาไปทำตาม)มีกองทุนหมู่บ้านจนถึงทุกวันนี้ เราก็ไม่พูดถึง

แต่คนที่ถูกตัดสินโกง85ปี มาบอกว่าทักษิณอยู่ต่อ"ประเทศจะเหลือแต่กระดูก" งงตัวเองไม๊ว่าเราเชื่อไปได้ยังไง?

พวกโกงประเทศทั้งนั้นที่ปลุกระดมเรา เราก็เครียด กังวล แล้วเราก็เชื่อเรื่องโกหก แต่เราก็เชื่อว่าเราฉลาด เราไม่ตั้งสติทบทวนเรื่องเก่าๆดูหรือ ?

จากประเทศกำลังรุ่งเรือง วันนี้ทำท่าจะเหลือแต่กระดูก คนที่โกหก หลอกเรามา เราไม่เคยคิดถามหาว่าเขาต้องรับผิดชอบอย่างไร? ยังร่วมมือเขาลากกันต่อไปจนกว่าจะเหลือแต่กระดูกจริงๆอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าเราปิดกั้นตัวเองเกินไป ไม่รับรู้ข้อมูลอื่นๆ ไม่ตามข่าวต่างประเทศ หมกมุ่นอยู่กับความเกลียด ที่ถูกปฎิบัติการจิตวิทยาฝังหัว

สรุป เราเป็น"กบอยู่ในกะลาจริงๆ" แล้ว

เอวัง ..ฝากให้คิดต่อเท่านั้นนะครับ"