PPD's Official Website

Monday, August 29, 2016

ตั้ง สนง.อิสลาม ประจำจังหวัดทุกอำเภอ (ให้ตบตาว่าจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์)

ตั้ง สนง.อิสลาม ประจำจังหวัดทุกอำเภอ (ให้ตบตาว่าจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์)

สนช.รับ...ร่าง พรบ.กิจการฮัจย์ ย้ายมากรมการปกครอง
... ทำให้อิสลามควบคุมระบบราชการทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว ...
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด... หลั่งน้ำตา รดแผ่นดิน..ห่วงลูกหลานไทย..
10 ส.ค.2559
สนช.รับแล้ววาระแรก...ร่าง พรบ.กิจการฮัจย์ ย้ายจากกรมการศาสนา มากรมการปกครอง...
-ต่อไปนี้อิสลาม ควบคุม ตำบล, อำเภอ, จังหวัด, กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว..
ทำไมถึงต้องย้ายไปกรมการปกครอง
1.กรมการปกครองมีอำนาจในการสั่งการประชาชนมากกว่า กรมการศาสนา
2.กรมการปกครองมีงบประมาณมากกว่ากรมการศาสนา
3.ทุกอำเภอ และทุกจังหวัด จะต้องมีห้องทำงานให้กับ คณก.อิสลาม ประจำอำเภอ และประจำจังหวัดนั้นๆ
4.เพื่อสอดรับกับกฎหมายลูก ที่จะออกมาดังนี้.
4.1 ออกกฎหมายรองรับว่า ทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ, จังหวัดใดที่มีมัสยิด 3 แห่ง ให้จังหวัดนั้นๆแต่งตั้ง คณก.กลางอิสลามประจำจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ดังนี้..
- คณก.อิสลาม ประจำจังหวัดให้ทำงาน และร่วม ประชุมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกครั้ง,คณก.อิสลาม ประจำอำเภอ ให้ทำงานและร่วมประชุมกับนายอำเภอทุกครั้ง(ข่าวกรองแล้ว ทราบว่า คณก.อิสลาม จะเตรียม ผู้หญิงอิสลามหน้าตาดี เพื่อจะเป็นเมียน้อยของนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อต้องการลูกที่เป็นมุสลิม ฝ่ายพ่อไม่ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นมุสลิมก็ได้..ไม่เกินใน 5 ปี ข้างหน้า 2565 ก็จะได้ลูกมุสลิมทั่วประเทศไทยปกครองประชาชน) 
4.2 ออก กฎหมายรองรับ จังหวัดใด ที่มีมัสยิด 3 แห่ง ให้จังหวัดนั้นจัดตั้งศาลมุสลิมประจำจังหวัด ให้โต๊ะอีหม่าม เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล.. ให้ใช้มัสยิดใด มัสยิดหนึ่งเป็นที่ทำการของศาลมุสลิมไปก่อน...(ถ้าใครถามก็บอกว่า จะใช้บังคับเฉพาะคนมุสลิม แต่อีกไม่นาน คนไทยพุทธที่โง่อยู่ มีเรื่องกับมุสลิม ก็ต้องมาขึ้นศาลมุสลิมประจำจังหวัดนั้น ,ถ้ามีเรื่องให้คนมุสลิมรีบส่งเรื่องมาทันที) มีโต๊ะอีหม่าม เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล.. คนมุสลิมจะผิดอย่างไร ก็ต้องให้ชนะแน่นอน..
-ต่อไป คนไทยพุทธ มีข้อพิพาทกับคนไทยมุสลิม เกี่ยวกับ เรื่องที่ดิน, เรื่องอุบัติเหตุ และเรื่องอื่นๆ ก็ต้องขึ้นศาลมุสลิม
4.3 ออกกฎหมายชารีอะย์ มุสลิม เรื่องการนับถือศาสนา  คนไทยพุทธ แต่งงานกับอิสลามมุสลิม จะต้องเปลี่ยนนับถืออิสลามมุสลิมทั้งหมด...
แผนของอิสลาม
แผนที่ 1 ยึดกระทรวงศึกษาได้แล้ว
แผนที่ 2 ยึดกระทรวงมหาดไทย 
"เมื่อไรที่เราขอจัดตั้ง สนง.อิสลาม ประจำจังหวัดและอำเภอ ทุกอย่างก็จะสำเร็จเมื่อนั้น (ให้อ้างว่าเป็นการจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์ ... อย่าเผยแพร่ให้คนพุทธรู้ข้อนี้สำคัญมาก.. เพราะมันกำลังถูกเรายึดทั้งประเทศแน่ๆ ถ้ารู้มันจะต่อต้านเราอย่างรุนแรง)"
แผนที่ 3 ยึดกระทรวงยุติธรรม...
เมื่อผู้หญิงที่ส่งให้เป็นเมียน้อย นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด  ลูกที่ได้จะเป็นมุสลิม
ให้ส่งลูกไปเรียน รัฐศาสตร์ และหรือ นิติศาสตร์เท่านั้นต่อไปจะได้คนมุสลิม เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล..  ต่อไปศาลมุสลิมประจำจังหวัด.. จะต้องทำงานร่วมกับศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา  เมื่อเวลานั้น   อิสลาม มุสลิม ยึดได้ทั้งหมดแล้ว..ข้อพิพาท เรื่องที่ดินมรดก มีแน่นอนครับ  เช่น พ่อเป็นไทยพุทธ มีที่ดินอยู่ 1,000 ไร่  มีลูกสาว 2 คน
- ลูกสาวคนที่ 1  นับถือพุทธ แต่งงานกับชายพุทธ
-ลูกสาวคนที่ 2 นับถือพุทธ  แต่งงานกับชายมุสลิมตามกฎหมายชารีอะห์  ก็ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม   วันหนึ่งพ่อตาย ด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่ได้แบ่งมรดกให้ฝ่ายลูกเขย เป็นอิสลามมุสลิมซึ่งแต่งงานกับลูกสาวคนที่ 2 และมีลูกด้วยกัน 3 คนเป็นอิสลามมุสลิม ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ลูกเขยอยากได้ที่ดินมรดก 1,000 ไร่ หรืออยากได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ต้องส่งเรื่องไปที่ศาลมุสลิม ประจำจังหวัดนั้นๆ  ท่านทั้งหลายลองคิดดู จะให้ใครชนะคดี...
ถ้าไม่ใช่อิสลามมุสลิม..ท่านลองคิดดูนะครับ แต่เดิมอิสลามมุสลิมใช้จารีต ของศาสนาในการปฏิบัติ (ผู้ชายมีเมีย 4 คน เพื่อขยายศาสนาตัวเอง)  ชาวพุทธก็ไม่มีผลกระทบใดๆ  แต่ปัจจุบันอิสลามมุสลิม พยายามพลักดัน จารีต ของศาสนา ให้เป็นกฎหมาย ออกมาบังคับใช้ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงมาก ต่อชาวพุทธทุกคน...  เพราะถ้าขึ้นชื่อว่ากฎหมาย  ถ้าไม่ปฏิบัติก็มีความผิด ติดคุก ...ดัง พรบ.ฮัจย์ 2524
-ปลัดกระทรวงมหาดไทย  , อธิบดีกรมการศาสนา , อธิบดีกรมการปกครอง , และอธิบดี อื่นๆ อีกเกือบ 10 กระทรวง ต้องอำนวยความสะดวก ต่อกิจการฮัจย์ ถ้าไม่อำนวยความสะดวกต้องติดคุก 5 ปี... (ใช้กฎของป่าล้อมเมือง ต่อไปพระมหากษัตริย์ไทย ก็จะถูกคนอิสลามมุสลิมบีบ) รู้หรือยัง ทำไม อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด... ถึงหลั่งน้ำตา เป็นห่วงลูกหลานไทย..
12 ส.ค.2559 เวลา 0110
              วอน คสช.ใช้สติ นำ  ม.44 ที่นำมาปิดปากชาวพุทธ  เอาไปล้างกฎหมายของมุสลิมหลาย ๆ ฉบับที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของ สนช. เพราะ กฏหมายเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาวไทยทั้งแผ่นดินอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแผ่นดินนี้ เป็นกฏหมายขายชาติ ทำลายวัฒนธรรมประเพณี เปิดช่องให้ยึดแผ่นดินทั้งประเทศอย่างแท้จริง ตื่นเถิดชาวไทยทั้งหลายภัยจากลัทธิอิสลามกำลังรุกคืบกลืนแผ่นดินไทยเรื่อย ๆ ให้เป็นแผ่นดินมหาวินาศและวิบัติอย่างสมบูรณ์แบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ตั้ง สนง.อิสลาม ประจำจังหวัดทุกอำเภอ (ให้ตบตาว่าจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์)

ตั้ง สนง.อิสลาม ประจำจังหวัดทุกอำเภอ (ให้ตบตาว่าจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์)

สนช.รับ...ร่าง พรบ.กิจการฮัจย์ ย้ายมากรมการปกครอง
... ทำให้อิสลามควบคุมระบบราชการทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว ...
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด... หลั่งน้ำตา รดแผ่นดิน..ห่วงลูกหลานไทย..
10 ส.ค.2559
สนช.รับแล้ววาระแรก...ร่าง พรบ.กิจการฮัจย์ ย้ายจากกรมการศาสนา มากรมการปกครอง...
-ต่อไปนี้อิสลาม ควบคุม ตำบล, อำเภอ, จังหวัด, กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว..
ทำไมถึงต้องย้ายไปกรมการปกครอง
1.กรมการปกครองมีอำนาจในการสั่งการประชาชนมากกว่า กรมการศาสนา
2.กรมการปกครองมีงบประมาณมากกว่ากรมการศาสนา
3.ทุกอำเภอ และทุกจังหวัด จะต้องมีห้องทำงานให้กับ คณก.อิสลาม ประจำอำเภอ และประจำจังหวัดนั้นๆ
4.เพื่อสอดรับกับกฎหมายลูก ที่จะออกมาดังนี้.
4.1 ออกกฎหมายรองรับว่า ทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ, จังหวัดใดที่มีมัสยิด 3 แห่ง ให้จังหวัดนั้นๆแต่งตั้ง คณก.กลางอิสลามประจำจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ดังนี้..
- คณก.อิสลาม ประจำจังหวัดให้ทำงาน และร่วม ประชุมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกครั้ง,คณก.อิสลาม ประจำอำเภอ ให้ทำงานและร่วมประชุมกับนายอำเภอทุกครั้ง(ข่าวกรองแล้ว ทราบว่า คณก.อิสลาม จะเตรียม ผู้หญิงอิสลามหน้าตาดี เพื่อจะเป็นเมียน้อยของนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อต้องการลูกที่เป็นมุสลิม ฝ่ายพ่อไม่ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นมุสลิมก็ได้..ไม่เกินใน 5 ปี ข้างหน้า 2565 ก็จะได้ลูกมุสลิมทั่วประเทศไทยปกครองประชาชน) 
4.2 ออก กฎหมายรองรับ จังหวัดใด ที่มีมัสยิด 3 แห่ง ให้จังหวัดนั้นจัดตั้งศาลมุสลิมประจำจังหวัด ให้โต๊ะอีหม่าม เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล.. ให้ใช้มัสยิดใด มัสยิดหนึ่งเป็นที่ทำการของศาลมุสลิมไปก่อน...(ถ้าใครถามก็บอกว่า จะใช้บังคับเฉพาะคนมุสลิม แต่อีกไม่นาน คนไทยพุทธที่โง่อยู่ มีเรื่องกับมุสลิม ก็ต้องมาขึ้นศาลมุสลิมประจำจังหวัดนั้น ,ถ้ามีเรื่องให้คนมุสลิมรีบส่งเรื่องมาทันที) มีโต๊ะอีหม่าม เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล.. คนมุสลิมจะผิดอย่างไร ก็ต้องให้ชนะแน่นอน..
-ต่อไป คนไทยพุทธ มีข้อพิพาทกับคนไทยมุสลิม เกี่ยวกับ เรื่องที่ดิน, เรื่องอุบัติเหตุ และเรื่องอื่นๆ ก็ต้องขึ้นศาลมุสลิม
4.3 ออกกฎหมายชารีอะย์ มุสลิม เรื่องการนับถือศาสนา  คนไทยพุทธ แต่งงานกับอิสลามมุสลิม จะต้องเปลี่ยนนับถืออิสลามมุสลิมทั้งหมด...
แผนของอิสลาม
แผนที่ 1 ยึดกระทรวงศึกษาได้แล้ว
แผนที่ 2 ยึดกระทรวงมหาดไทย 
"เมื่อไรที่เราขอจัดตั้ง สนง.อิสลาม ประจำจังหวัดและอำเภอ ทุกอย่างก็จะสำเร็จเมื่อนั้น (ให้อ้างว่าเป็นการจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์ ... อย่าเผยแพร่ให้คนพุทธรู้ข้อนี้สำคัญมาก.. เพราะมันกำลังถูกเรายึดทั้งประเทศแน่ๆ ถ้ารู้มันจะต่อต้านเราอย่างรุนแรง)"
แผนที่ 3 ยึดกระทรวงยุติธรรม...
เมื่อผู้หญิงที่ส่งให้เป็นเมียน้อย นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด  ลูกที่ได้จะเป็นมุสลิม
ให้ส่งลูกไปเรียน รัฐศาสตร์ และหรือ นิติศาสตร์เท่านั้นต่อไปจะได้คนมุสลิม เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล..  ต่อไปศาลมุสลิมประจำจังหวัด.. จะต้องทำงานร่วมกับศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา  เมื่อเวลานั้น   อิสลาม มุสลิม ยึดได้ทั้งหมดแล้ว..ข้อพิพาท เรื่องที่ดินมรดก มีแน่นอนครับ  เช่น พ่อเป็นไทยพุทธ มีที่ดินอยู่ 1,000 ไร่  มีลูกสาว 2 คน
- ลูกสาวคนที่ 1  นับถือพุทธ แต่งงานกับชายพุทธ
-ลูกสาวคนที่ 2 นับถือพุทธ  แต่งงานกับชายมุสลิมตามกฎหมายชารีอะห์  ก็ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม   วันหนึ่งพ่อตาย ด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่ได้แบ่งมรดกให้ฝ่ายลูกเขย เป็นอิสลามมุสลิมซึ่งแต่งงานกับลูกสาวคนที่ 2 และมีลูกด้วยกัน 3 คนเป็นอิสลามมุสลิม ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ลูกเขยอยากได้ที่ดินมรดก 1,000 ไร่ หรืออยากได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ต้องส่งเรื่องไปที่ศาลมุสลิม ประจำจังหวัดนั้นๆ  ท่านทั้งหลายลองคิดดู จะให้ใครชนะคดี...
ถ้าไม่ใช่อิสลามมุสลิม..ท่านลองคิดดูนะครับ แต่เดิมอิสลามมุสลิมใช้จารีต ของศาสนาในการปฏิบัติ (ผู้ชายมีเมีย 4 คน เพื่อขยายศาสนาตัวเอง)  ชาวพุทธก็ไม่มีผลกระทบใดๆ  แต่ปัจจุบันอิสลามมุสลิม พยายามพลักดัน จารีต ของศาสนา ให้เป็นกฎหมาย ออกมาบังคับใช้ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงมาก ต่อชาวพุทธทุกคน...  เพราะถ้าขึ้นชื่อว่ากฎหมาย  ถ้าไม่ปฏิบัติก็มีความผิด ติดคุก ...ดัง พรบ.ฮัจย์ 2524
-ปลัดกระทรวงมหาดไทย  , อธิบดีกรมการศาสนา , อธิบดีกรมการปกครอง , และอธิบดี อื่นๆ อีกเกือบ 10 กระทรวง ต้องอำนวยความสะดวก ต่อกิจการฮัจย์ ถ้าไม่อำนวยความสะดวกต้องติดคุก 5 ปี... (ใช้กฎของป่าล้อมเมือง ต่อไปพระมหากษัตริย์ไทย ก็จะถูกคนอิสลามมุสลิมบีบ) รู้หรือยัง ทำไม อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด... ถึงหลั่งน้ำตา เป็นห่วงลูกหลานไทย..
12 ส.ค.2559 เวลา 0110
              วอน คสช.ใช้สติ นำ  ม.44 ที่นำมาปิดปากชาวพุทธ  เอาไปล้างกฎหมายของมุสลิมหลาย ๆ ฉบับที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของ สนช. เพราะ กฏหมายเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาวไทยทั้งแผ่นดินอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแผ่นดินนี้ เป็นกฏหมายขายชาติ ทำลายวัฒนธรรมประเพณี เปิดช่องให้ยึดแผ่นดินทั้งประเทศอย่างแท้จริง ตื่นเถิดชาวไทยทั้งหลายภัยจากลัทธิอิสลามกำลังรุกคืบกลืนแผ่นดินไทยเรื่อย ๆ ให้เป็นแผ่นดินมหาวินาศและวิบัติอย่างสมบูรณ์แบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

อำมาตย์เตรียมเอามีดจ่อคอหอย ตู่-ป้อม เพื่อควบคุมเบ็ดเสร็จ --สาวคดีแดกแบบย่ามใจของทหารในสังกัด

เรื่อง เล่าจากสมาชิกผู้รักประชาธิปไตย!
ฟ้าเดียวกัน วรรณเลิศ
เรื่องวงเล่าเช้านี้
"ประยุทธ์-ประวิทย์" อ่วม ทหารสายตัวเอง มีสิทธิ์เจอดี จัดกิจกรรมโครงการใช้ชื่อสารพัดแอบอ้าง โหนสถาบันเข้าขั้นหมิ่นเบื้องสูง !!
            
29 สิงหาคม 2559 
ลือลั่นทั่วกองทัพบก เด็กนายจัดงานหากินแปลกๆ มีทั้งเอาโครงการพระราชดำริ โครงการเทิดสถาบัน จนถึงสิ่งศักดิ์ที่คนไทยนับถือ ผุดเป็นโครงการออกมาให้สังคมกังขามากมาย ในยุคสังคมทหารใหญ่ นายพล นายพันถ้าเป็นเด็กนาย ประยุทธ์-ประวิทย์ จะได้เป็นนักจัดกิจกรรม ปลูกป่า, สร้างพระ,สร้างวัตถุโบราณ สร้างตึก สร้างแฟลต ลามไปถึงส่วนการศึกษา อ้างเป็นหลาน เป็นเพื่อนลูกพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิทย์ออกของานตามมหาวิทยาลัย มีตัวมีตนเป็นลูกหลาน จริงเท็จไม่มีใครกล้าเช็ค กลัวเจอตอ เลยได้เห็นคนสวมรอยเป็นญาติของสองนายพลนี้มาขอส่วนแบ่งหากินทุกวงการ หนทางทำมาหากินไม่ใช่ของยากพวกทหารสมัยนี้ เล่นเป็นรวย มีชั้นเชิงอยู่ว่า ขอทำทีเบิกเงินหลวงไปสร้างก่อน แต่ยังเปิดรับเงินบริจาคจากห้างร้าน บริษัทเอกชนได้เงินเข้ากระเป๋ากันเองฟรีๆด้วยเทคนิคที่นิยมใช้คือการสั่งซื้อของผ่านหน่วยงาน มีการการออกเช็คในนามหน่วยงานทหารถูกต้อง จะได้เห็นว่าเอาเงินมาจ่ายจริง แต่ดันไปขอเงินทอนครึ่งหนึ่งทีหลัง จากบริษัทห้างร้าน บอกช่วยๆพวกพี่หน่อยนะ พี่มีภาระเลี้ยงดูปูสื่อพวกนายๆเยอะ เป็นวิธีการหากินสุดสกปรกของพวกเหล่าทหารทำดีเพื่อชาติ มีแต่ต้มตุ๋นภาษีคนไทย พวกห้างร้านบ้างก็ว่าสุดจะทน บ้างก็เต็มใจให้ทหารหลอกหลายต่อ ขอให้มีกะลาคุ้มหัวยามมีเรื่องมีราง ขอภาพนายพลมาติดเบ่งหน้าร้าน ไม่ปริปากพูดเรื่องเงินทอนเรื่องไม่ดีทุกเรื่องกลัวปืนจ่อหัวกันที่สุด กลัวแล้วจ้าาาา ์ 
 •ทหารบอนไซ

อำมาตย์เตรียมเอามีดจ่อคอหอย ตู่-ป้อม เพื่อควบคุมเบ็ดเสร็จ --สาวคดีแดกแบบย่ามใจของทหารในสังกัด

เรื่อง เล่าจากสมาชิกผู้รักประชาธิปไตย!
ฟ้าเดียวกัน วรรณเลิศ
เรื่องวงเล่าเช้านี้
"ประยุทธ์-ประวิทย์" อ่วม ทหารสายตัวเอง มีสิทธิ์เจอดี จัดกิจกรรมโครงการใช้ชื่อสารพัดแอบอ้าง โหนสถาบันเข้าขั้นหมิ่นเบื้องสูง !!
            
29 สิงหาคม 2559 
ลือลั่นทั่วกองทัพบก เด็กนายจัดงานหากินแปลกๆ มีทั้งเอาโครงการพระราชดำริ โครงการเทิดสถาบัน จนถึงสิ่งศักดิ์ที่คนไทยนับถือ ผุดเป็นโครงการออกมาให้สังคมกังขามากมาย ในยุคสังคมทหารใหญ่ นายพล นายพันถ้าเป็นเด็กนาย ประยุทธ์-ประวิทย์ จะได้เป็นนักจัดกิจกรรม ปลูกป่า, สร้างพระ,สร้างวัตถุโบราณ สร้างตึก สร้างแฟลต ลามไปถึงส่วนการศึกษา อ้างเป็นหลาน เป็นเพื่อนลูกพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิทย์ออกของานตามมหาวิทยาลัย มีตัวมีตนเป็นลูกหลาน จริงเท็จไม่มีใครกล้าเช็ค กลัวเจอตอ เลยได้เห็นคนสวมรอยเป็นญาติของสองนายพลนี้มาขอส่วนแบ่งหากินทุกวงการ หนทางทำมาหากินไม่ใช่ของยากพวกทหารสมัยนี้ เล่นเป็นรวย มีชั้นเชิงอยู่ว่า ขอทำทีเบิกเงินหลวงไปสร้างก่อน แต่ยังเปิดรับเงินบริจาคจากห้างร้าน บริษัทเอกชนได้เงินเข้ากระเป๋ากันเองฟรีๆด้วยเทคนิคที่นิยมใช้คือการสั่งซื้อของผ่านหน่วยงาน มีการการออกเช็คในนามหน่วยงานทหารถูกต้อง จะได้เห็นว่าเอาเงินมาจ่ายจริง แต่ดันไปขอเงินทอนครึ่งหนึ่งทีหลัง จากบริษัทห้างร้าน บอกช่วยๆพวกพี่หน่อยนะ พี่มีภาระเลี้ยงดูปูสื่อพวกนายๆเยอะ เป็นวิธีการหากินสุดสกปรกของพวกเหล่าทหารทำดีเพื่อชาติ มีแต่ต้มตุ๋นภาษีคนไทย พวกห้างร้านบ้างก็ว่าสุดจะทน บ้างก็เต็มใจให้ทหารหลอกหลายต่อ ขอให้มีกะลาคุ้มหัวยามมีเรื่องมีราง ขอภาพนายพลมาติดเบ่งหน้าร้าน ไม่ปริปากพูดเรื่องเงินทอนเรื่องไม่ดีทุกเรื่องกลัวปืนจ่อหัวกันที่สุด กลัวแล้วจ้าาาา ์ 
 •ทหารบอนไซ

ในเวลานี้ ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการปกครองจากรัฐบาลเผด็จการทหาร (Military Dictatorship หรือ Military Junta)

Credit: Unknown

ในเวลานี้ ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการปกครองจากรัฐบาลเผด็จการทหาร (Military Dictatorship หรือ Military Junta)

เมื่อนำเอาสถิติตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) ขึ้นมา จะเห็นว่ามีไม่กี่ประเทศในโลก (ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอัฟริกา) ที่มีการปกครองระยะหนึ่ง โดยฝ่าย Military Dictatorship

ถ้าไม่รวมประเทศไทย ครั้งสุดท้ายที่มีการรัฐประหารสำเร็จและยึดอำนาจการปกครองได้ คือที่ประเทศเบอร์กิน่า ฟาโซ่ (Burkina Faso) ในทวีปอัฟริกา และการรัฐประหารสิ้นสุดลงภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ เมื่อปี พ.ศ. 2558 คือปีที่แล้วนั่นเอง (เกือบหนึ่งปีเต็ม ถ้านับจากวันนี้)

ส่วนในเอเซีย-แปซิฟิค ก็คงมีแต่ประเทศฟิจิ ซึ่งออกไปเกือบสองปีแล้ว ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนม่าร์ ก็หมดไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว นั่นคือปี พ.ศ. 2554

-------------------

เหตุผลของการก่อการรัฐประหาร ที่ทุกๆ ประเทศอ้างเสมอมาคือ  ต้องเข้ามากอบกู้ประเทศชาติ จากกลุ่มนักการเมืองผู้ฉ้อโกงหรือรัฐบาลพลเรือนผู้มีวิสัยทัศน์อันคับแคบ (Myopic)  กลุ่มเผด็จการทหารจะสร้างความชอบธรรมด้วยการอ้างถึง สถานะตำแหน่งของพวกตนว่า เป็นผู้ตัดสินใจอย่าง "เป็นกลาง" จากรากฐานของตนเองที่เป็นสมาชิกในกองทัพทหาร  และฝ่ายเผด็จการทหารเหล่านี้ จะตั้งชื่อกลุ่มของตนเอง เพื่อสร้างความชอบธรรม เป็นต้นว่า "สภากอบกู้ประเทศชาติ " (National Redemption Council) หรือไม่ก็ "คณะกรรมการฟื้นฟูประเทศชาติ" (Committee of National Restoration) เป็นต้น

การสร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจโดยกองทัพ จะพยายามอ้างถึงเรื่อง เสถียรภาพทางการเมืองของประเทศชาติ หรือไม่ก็ทำการกู้ภัยจากการคุกคามจากลัทธิคตินิยมอันเป็นอันตราย  (Dangerous Ideologies)  ในสมัยอดีตนั้น ประเทศทางอเมริกากลางหรือละตินอเมริกา ก็ใช้เหตุผลของ การคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์มาสร้างความชอบธรรม

-------------------

ฝ่ายกองทัพจะสวมบทบาทให้ตนเองดูว่า เป็นพวกที่ไม่ฝักใฝ่ข้างหนึ่งข้างใด (non-partisan) และเป็นกลาง (Neutral Party) ซึ่งสามารถทำหน้าที่การนำประเทศชาติได้อย่างชั่วคราวในเหตุการณ์ของความยุ่งเหยิง และทำการพรรณาให้เห็นกันอยู่เสมอว่า นักการเมืองของประเทศตนนั้น ทำการฉ้อโกงและไม่มีประสิทธิ์ภาพในการบริหารประเทศแต่อย่างใด

ลักษณะอีกอย่างหนึ่งของ Military Dictatorship ในเกือบ ทุกๆ ประเทศ ก็คือ รัฐบาลทหารจะต้องออกกฎในการใช้กฎอัยการศึก หรือไม่ก็ใช้มาตรการในการประกาศเรื่องสภาวะฉุกเฉินกันอย่างถาวร

------------------

และไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ หรือประเทศไหนในโลก สุดท้ายแล้ว มันก็ต้องหา "ความชอบธรรม" ป่าวประกาศให้คนทั่วโลกได้ทราบกัน ด้วยการ "จัดการการเลือกตั้ง" เท่านั้นเอง.. (ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ก็อยู่ที่การจัดการของแต่ละประเทศกันเอง)....

และถ้าระบบของ Military Dictatorship มันดีจริง ก็น่าจะมีประเทศต่างๆ หันมากระทำการแบบนี้กันมากขึ้น 

แต่ในเวลาที่ผ่านมาสองปี มีแค่สองประเทศที่ยังคิดว่า มันเป็นเรื่องที่สามารถแก้ปัญหาภายในได้  (Lesotho และ Burkina Faso)  (แต่เราก็คงจะเห็นกันแล้วว่า กระแสโลกในเรื่องแบบนี้ มีการตอบร้บกันอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา)

------------------

เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าบุคคลมีโอกาสเลือกสถานที่ที่สามารถใช้ชีวิตความเป็นอยู่ หรือทำมาหากินกันได้  ท่านคิดว่า พลเมืองเหล่านั้น ต่างมีความต้องการที่จะอยู่ภายใต่้การปกครองในรูปแบบไหนกัน?

ลองไปขบคิดเล่นๆ กันนะคะ

Happy Tuesday ค่ะ

ในเวลานี้ ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการปกครองจากรัฐบาลเผด็จการทหาร (Military Dictatorship หรือ Military Junta)

Credit: Unknown

ในเวลานี้ ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการปกครองจากรัฐบาลเผด็จการทหาร (Military Dictatorship หรือ Military Junta)

เมื่อนำเอาสถิติตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) ขึ้นมา จะเห็นว่ามีไม่กี่ประเทศในโลก (ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอัฟริกา) ที่มีการปกครองระยะหนึ่ง โดยฝ่าย Military Dictatorship

ถ้าไม่รวมประเทศไทย ครั้งสุดท้ายที่มีการรัฐประหารสำเร็จและยึดอำนาจการปกครองได้ คือที่ประเทศเบอร์กิน่า ฟาโซ่ (Burkina Faso) ในทวีปอัฟริกา และการรัฐประหารสิ้นสุดลงภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ เมื่อปี พ.ศ. 2558 คือปีที่แล้วนั่นเอง (เกือบหนึ่งปีเต็ม ถ้านับจากวันนี้)

ส่วนในเอเซีย-แปซิฟิค ก็คงมีแต่ประเทศฟิจิ ซึ่งออกไปเกือบสองปีแล้ว ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนม่าร์ ก็หมดไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว นั่นคือปี พ.ศ. 2554

-------------------

เหตุผลของการก่อการรัฐประหาร ที่ทุกๆ ประเทศอ้างเสมอมาคือ  ต้องเข้ามากอบกู้ประเทศชาติ จากกลุ่มนักการเมืองผู้ฉ้อโกงหรือรัฐบาลพลเรือนผู้มีวิสัยทัศน์อันคับแคบ (Myopic)  กลุ่มเผด็จการทหารจะสร้างความชอบธรรมด้วยการอ้างถึง สถานะตำแหน่งของพวกตนว่า เป็นผู้ตัดสินใจอย่าง "เป็นกลาง" จากรากฐานของตนเองที่เป็นสมาชิกในกองทัพทหาร  และฝ่ายเผด็จการทหารเหล่านี้ จะตั้งชื่อกลุ่มของตนเอง เพื่อสร้างความชอบธรรม เป็นต้นว่า "สภากอบกู้ประเทศชาติ " (National Redemption Council) หรือไม่ก็ "คณะกรรมการฟื้นฟูประเทศชาติ" (Committee of National Restoration) เป็นต้น

การสร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจโดยกองทัพ จะพยายามอ้างถึงเรื่อง เสถียรภาพทางการเมืองของประเทศชาติ หรือไม่ก็ทำการกู้ภัยจากการคุกคามจากลัทธิคตินิยมอันเป็นอันตราย  (Dangerous Ideologies)  ในสมัยอดีตนั้น ประเทศทางอเมริกากลางหรือละตินอเมริกา ก็ใช้เหตุผลของ การคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์มาสร้างความชอบธรรม

-------------------

ฝ่ายกองทัพจะสวมบทบาทให้ตนเองดูว่า เป็นพวกที่ไม่ฝักใฝ่ข้างหนึ่งข้างใด (non-partisan) และเป็นกลาง (Neutral Party) ซึ่งสามารถทำหน้าที่การนำประเทศชาติได้อย่างชั่วคราวในเหตุการณ์ของความยุ่งเหยิง และทำการพรรณาให้เห็นกันอยู่เสมอว่า นักการเมืองของประเทศตนนั้น ทำการฉ้อโกงและไม่มีประสิทธิ์ภาพในการบริหารประเทศแต่อย่างใด

ลักษณะอีกอย่างหนึ่งของ Military Dictatorship ในเกือบ ทุกๆ ประเทศ ก็คือ รัฐบาลทหารจะต้องออกกฎในการใช้กฎอัยการศึก หรือไม่ก็ใช้มาตรการในการประกาศเรื่องสภาวะฉุกเฉินกันอย่างถาวร

------------------

และไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ หรือประเทศไหนในโลก สุดท้ายแล้ว มันก็ต้องหา "ความชอบธรรม" ป่าวประกาศให้คนทั่วโลกได้ทราบกัน ด้วยการ "จัดการการเลือกตั้ง" เท่านั้นเอง.. (ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ก็อยู่ที่การจัดการของแต่ละประเทศกันเอง)....

และถ้าระบบของ Military Dictatorship มันดีจริง ก็น่าจะมีประเทศต่างๆ หันมากระทำการแบบนี้กันมากขึ้น 

แต่ในเวลาที่ผ่านมาสองปี มีแค่สองประเทศที่ยังคิดว่า มันเป็นเรื่องที่สามารถแก้ปัญหาภายในได้  (Lesotho และ Burkina Faso)  (แต่เราก็คงจะเห็นกันแล้วว่า กระแสโลกในเรื่องแบบนี้ มีการตอบร้บกันอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา)

------------------

เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าบุคคลมีโอกาสเลือกสถานที่ที่สามารถใช้ชีวิตความเป็นอยู่ หรือทำมาหากินกันได้  ท่านคิดว่า พลเมืองเหล่านั้น ต่างมีความต้องการที่จะอยู่ภายใต่้การปกครองในรูปแบบไหนกัน?

ลองไปขบคิดเล่นๆ กันนะคะ

Happy Tuesday ค่ะ